วัน-เวลาเปิดทำการ
อังคาร-ศุกร์ 13.00-21.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 9.00-19.00 น.
หยุดทุกวันจันทร์
วันหยุดเพิ่มเติม
เดือนกรกฎาคม 53
หยุด 24-27 กค. 53
หนังสือแนะนำ
![]() |
คู่มือวาดเส้น เนื้อหา เทคนิค วิธีวาดทีละขั้นตอน พร้อมคำ อธิบายที่เข้าใจง่าย สามารถนำ ไปฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง |
| Designed by: |
|
![]()
เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภทวิจิตรศิลป์
อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๓ บิดาชื่อนายเปล่ง มารดาชื่อนางเก็บ บิดาถึงแก่กรรมก่อนท่านจะเกิดเพียง ๖ เดือน และเมื่อท่านอายุได้ ๗ ขวบ มารดาก็ถึงแก่กรรม ท่านจึง อยู่ในความอุปการะของคุณยายทับทิม โดยอาศัยอยู่บริเวณหลังวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ
ท่านเริ่มเข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียนประถมวัดสุทัศนเทพวรารามเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ ต่อมาเข้าศึกษา ที่โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ จนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้วย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยม วัดเบญจมบพิตรสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ และกลับไปเรียนต่อโรงเรียนมัธยม วัดราชบพิตรอีก ๑ ปี จนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ก็เข้าทำงานเป็นเสมียนรถไฟที่จังหวัดพิษณุโลก แต่ทำได้เพียง ๒ วันก็ลาออก เนื่องจากรู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะกับตัวท่าน และได้กลับเข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียน เพาะช่าง แผนกฝึกหัดครูในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ด้วยความเป็นผู้ชอบเขียนภาพมาแต่เด็ก ท่านศึกษาอยู่ที่นี่ ๕ ปี ก็ลาออกเข้าศึกษาเป็นการพิเศษกับขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต(เปล่ง ไตรปิ่น)
ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ท่านได้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรมภายใต้ความรับผิดชอบของ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ต่อมาท่านได้สมรสกับ ม.ร.ว.ถนอมศักดิ์ กฤดากร มีบุตรด้วยกัน ๑ คน คือ นายทำนุ หริพิทักษ์ (เป็นช่างเขียนอิสระตั้งใจจะดำเนินชีวิตวิชาช่างศิลปะตามบิดา) อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ได้ไปศึกษาความรู้เพิ่มเติมที่ประเทศอินเดีย เมื่อกลับประเทศไทยท่านได้รับคัดเลือก จากศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ให้เขียนภาพในช่องคูหาพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตร ในช่วงนี้เอง ท่านก็เริ่มออกสำรวจจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอารามต่าง ๆ และทำการคัดลอกภาพที่สำคัญเอาไว้ เป็นหลักฐานก่อนที่ภาพในสถานที่จริงจะเสียหายไป โดยเริ่มต้นที่วัดสุทัศน์และวัดสุวรรณาราม
ท่านเริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งครูช่างเขียน คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาเดือนตุลาคม ๒๔๗๙ เดินทางไปศึกษาต่อ ณ ราชบัณฑิตยสถานที่ กรุงโรมประเทศอิตาลี โดยทุนของรัฐบาลอิตาลีเป็นเวลา ๒ ปี ช่วงเวลานี้เองที่แสดงให้เห็นถึง ความสามารถอันยิ่งใหญ่ของท่านในการสร้างสรรค์ศิลปะ ท่านถ่ายทอดความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นออกมาเป็นภาพที่งดงามจับใจ ภาพเขียนสีและภาพวาดด้วยเส้นที่มีจำนวนมากกว่า ๑๐๐ ชิ้น หลังจากนั้นท่านก็รับตำแหน่งอาจารย์และรับราชการจนครบเกษียณอายุ ประมาณเดือน ตุลาคม ๒๕๑๓ แต่เนื่องจากท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสามารถในการปฏิบัติราชการ เป็นอย่างดี มีความเชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและศิลปไทย ทางคณะจิตรกรรมประติมากรรมและ ภาพพิมพ์จึงได้ทำเรื่องขอจ้างท่านเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้าน จิตรกรรมและศิลปไทยโบราณ ตั้งแต่เดือน ๒๕๑๓จนอายุครบ ๖๕ ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘
ในชีวิตการรับราชการตลอด ๒๓ ปีจนเกษียณอายุ ท่านได้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สั่งสอนอนุชน รุ่นหลังอย่างเต็มความสามารถ เคยทำหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมในระดับชาติ ดำเนินการ วิจัยและให้ความร่วมมือกับสถาบันอื่น ๆหรือหน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนิน งานด้านอนุรักษ์โบราณสถาน วัตถุสถานที่สำคัญ ๆ ของชาติหลายครั้งหลายหน
อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ รับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วย ความอุตสาหะ วิริยะ เห็นแก่ ประโยชน์ราชการเป็นสำคัญยิ่งกว่าในส่วนตัวนับแต่แรกรับราชการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ มีตำแหน่งหน้าที่ราชการและงานพิเศษหลายอย่าง ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๑ ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
คุณวิเศษของอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ คือ ท่านเป็นผู้สร้างสรรค์ ศิลปกรรมและอนุรักษ์ส่งเสริม ศิลปะไทย เคยได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ถึง ๓ ครั้ง และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ๑ ครั้ง จนได้รับการยกย่องให้ เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมในสาขาจิตรกรรม ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินการแสดง ศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑ และตำแหน่งนี้เรื่อยมา ผลงานจิตรกรรมและวาดเส้นของท่าน เป็นผลงานที่ก้าวหน้า มีคุณค่าสูงให้ความประทับใจแก่ผู้ชมและส่งอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลัง เป็นผู้ที่รักและเข้าใจในจิตรกรรมไทยอย่างลึกซึ้ง มีการแสดงผลงานทางศิลปะของท่านหลาย ครั้งทั้งในและนอกประเทศ
นอกจากนี้ท่านยังได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยและเขียนบทความทางวิชาการไว้หลายเรื่อง ด้วยความรักและหวงแหนในศิลปะไทย อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ได้อุทิศตนทำงานเพื่อ ประโยชน์ทางการศึกษาศิลปะการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอย่างแท้จริงตลอดมาเป็นระยะ เวลาหลายปี ทำให้ท่านได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยศิลปากรเพื่อเป็นเกียรติประวัติ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ และ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ มูลนิธิแม็กไซไซแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ได้ประกาศ ให้รางวัลแม็กไซไซ สาขาบริการชุมชน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๖ แก่อาจารย์เฟื้อ
ท่านอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ นับเป็นปูชนียบุคคลของลูกศิษย์ และเป็นทรัพยากรบุคคลของ ชาติที่มีคุณค่าสูงส่ง สมควรที่ชนรุ่งหลังจะได้ดำเนินรอยตามความดีของท่าน สำหรับอัธยาศัยของท่านนั้น เป็นคนซื่อตรงเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าตนเอง มุมานะในงานที่ตั้งใจทำเป็นผู้ที่พร้อมจะให้มากกว่าจะรับ และตรงไปตรงมา ด้วยคุณสมบัติ ที่กล่าวมานี้ ท่านจึงเป็นที่รักใคร่นับถือดั่งครูใหญ่ในวงการศิลปวัฒนธรรม
|
ข่าวศิลปะ
| ข่าวศิลปะและการออกแบบ |
| ข่าวศิลปะและการออกแบบ โดย rssthai.com สถานีกระจายข่าว 24 ชั่วโมง |
|














