วัน-เวลาเปิดทำการ
อังคาร-ศุกร์ 13.00-21.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 9.00-19.00 น.
หยุดทุกวันจันทร์
วันหยุดเพิ่มเติม
เดือนสิงหาคม 53
หยุด 12 สค. 53
หนังสือแนะนำ
![]() |
คู่มือวาดเส้น เนื้อหา เทคนิค วิธีวาดทีละขั้นตอน พร้อมคำ อธิบายที่เข้าใจง่าย สามารถนำ ไปฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง |
| Designed by: |
หน้า 2 จาก 3
พอกลับมาสอนสีน้ำผมก็ใช้วิธีนั่งเขียนไปกับเด็ก ก็เขียนพร้อมๆ กันพยายามลุก ดูบ่อยๆ บางทีหุ่นหลายอย่าง บางคนเขียนส้มสวย บางคนเขียนกล้วยสวย บางคน เขียนผ้าสวย หายาก ที่จะเขียนสวยทั้งหมด ก็เขียนไปดูกันไปดูกันมา ทีนี้เด็กมัน เขียนแค่อาทิตย์ละ 2 วัน แต่เราเขียนทุกวันเราก็จะเก่ง แล้วก็เลยชอบสีน้ำแต่วิชา ที่มีติดตัวอยู่ตั้งแต่สมัยอยู่ที่วัดบ้านแพ้วคือเขียนรูปคนเหมือน ก็ติดตัวมาตั้งแต่นั้น พอมีงานใครตายเค้าก็จะเอามาให้เขียน จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังมีคนเอามาให้เขียน ที่ไม่ใช่งานศพเค้าก็ให้เงินบ้างไม่ได้ให้บ้าง 10 รูป ฟรี 8 รูปก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อน ใจอะไรเพราะว่าเขียนงานฟรีมาตลอด มาตอนหลังนี้มีอาจารย์โสภณ วงศ์ยิ้มย่อง สอนเครื่องหนังมาสนิทกัน ก็เป็นผู้จัด การให้ ใครเข้ามาเขียนต้องผ่านแกก่อน 3,000 บาทต่อรูป ได้มาก็เลี้ยงเด็กบ้าง ปัจจุบันนี้ใครเรียนจิตรกรรมก็เลี้ยงข้าวด้วย เพราะว่ามีเงินจากการเขียนรูป ก็เขียนสีชอล์กรูปหนึ่งได้เป็นหมึ่น บางรูปก็ได้ 35,000 บาทก็มี บางรูปก็ได้ 20,000 บาท สีน้ำก็เริ่มมีคนสนใจ แต่ก่อนมีแต่คนขอไม่มีใครซื้อ บางทีเขียนเสร็จก็จับสลากเอาใครจะเอาก็เอาไป พอแก่ตัวชื่อเสียงก็เริ่มมี งานก็เริ่มมีค่าขึ้น เมื่อวานก็มีคนมาซื้อก็ได้เงินไปเที่ยว ต่างประเทศ จะไปฝรั่งเศสกับออสเตรเลีย เมืองเวียนนา เมืองศิลปะ หันไปทาง ไหนก็สวย คนก็ใจดี ตึกก็สวย เข้าไปข้างในยิ่งสวยใหญ่ ที่ไปต่างประเทศก็ได้ แรงบันดาลใจมาจากการที่เราเห็นรูปตั้งแต่พระยาโกศาปานไปเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ เข้าไปในพระราชวังแวร์ซายต์ รูปเขียนที่ตกทอดมาถึงเราก็สวย ปัจจุบันก็ยังรักษา สภาพอย่างนั้นอยู่ ยังสวยอย่างนั้นอยู่แล้วเก็บให้เราดูเป็นร้อยๆ ปีถ้าเราไม่ได้ไป ดูอยู่ประเทศไทยตายไปชาติหน้าจะได้เกิดอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่พระยาโกศาปาน นั่งเรือไปตั้ง 3-4 เดือนกว่าจะถึง รุ่นก่อนพระยาโกศาปานไปเรือก็ไปล่มในทะเล ไม่รอด เพราะคลื่นลมแรงใครผ่านก็เอาธงปักไว้ เราก็ย้อนกลับไปดูว่า ร. 5 ก็ยังเป็น สมันที่ต้องไปขึ้นเรือที่สิงคโปร์ เรานั่งเครื่องบินแค่ 12 ชั่วโมงก็ถึง ไปครั้งแรก ก็ติดใจว่างานที่เราเห็นในหนังสือ ของจริงสวยกว่าเยอะเลยเพราะว่าสีที่พิมพ์ มามันไม่ออก สังเกตุดูเวลาเราเขียนภาพแล้วไปพิมพ์มันจะเพี้ยน สีจะไม่สวย เหมือนบางรูปที่เราเห็นสีน้ำตาล ไปดูของจริงมันไม่ใช่สีน้ำตาลแต่รวมๆ กันแล้ว มันเป็นสีน้ำตาล มันมีสารพัดสีที่แทรกอยู่ข้างในก็เลยมาสรุปกับเด็กว่าเวลาเห็น งานของต่างประเทศของจริงเหมือนกับเห็นในหลวงตัวจริงกับในหลวงในรูปถ่าย ต่างกันเยอะเลย มีทั้งสง่างาม บุญบารมี รวมอยู่ด้วยกันดีกว่าเห็นในหนังสือพิมพ์ หลายเท่า งานภาพเขียนมาเจองานจริงกับเจอในรูปมันต่างกัน
งานจริงมันอยู่ในบรรยากาศที่สวยงามต้องไปดูบางรูปใหญ่กว่าห้องเราอีกเค้าเขียน ผนังห้องผนังปูนแท้ๆ เดินเกือบชน น่ะ นึกว่าเดินทะลุเข้าไปได้ เข้าไปเมตร เดียวถึงรู้ว่ารูปเขียน วังวาติกัน ขนาดเป็นวัดแท้ๆ ยังเก็บสะสมงานศิลปะไว้เป็น แสนๆ ชิ้นทั้งปั้นทั้งเขียนเดินวันหนึ่งไม่หมดก็เลยต้องไป เขมรอยู่ตรงนี้ไปเมื่อ ไหร่ก็ไปได้ก็เลยยังไม่ไปเขมร ผมไป 15 วัน ดูแล้วก็ถ่ายรูปให้เด็กดูให้มันมีแรง
ผมพยายามสอนเด็กอยู่ตลอดเวลาว่าพยายามอย่าเอาชีวิตไปทิ้งไว้กับคนอื่น หมาย ความว่า อย่าไปทำงานที่ต้องเซ็นชื่อแต่เช้า ออกจากที่ทำงาน 5 โมงเย็น บางคน ไม่เคยเห็นตะวันที่บ้านเลยเพราะออกจากบ้านเต่เช้า ตี 4 ครึ่ง ตี 5 ครึ่ง ไปถึงเซ็น ชื่อไม่ทันมันก็บ่น บางทีมันก็ให้เราออกเพราะว่าเราไปสายบ่อย ทำงานศิลปะดีกว่า ตื่นกี่โมงก็ได้จะอยู่ดึกแค่ไหนก็ได้ไม่มีใครว่าเพราะตอนเช้าไม่ต้องไปเซ็นชื่อที่ไหน แล้วถ้าเราทำไปเรื่อยๆ งานที่ทำชิ้นหนึ่ง เหมือนสีนี่เขียน 2-3 ชั่วโมง เท่ากับเงินที่ รับราชการทั้งเดือน ราชการก็ต้องไปเซ็นชื่อแต่เช้าสายหลายๆ ทีก็โดน ถ้าเป็นเอกชน มันก็เอาออก ยิ่งเป็นเอกชนพอเราเงินเยอะเข้า บางหน่วยงานที่สุภาพหน่อยก็จะไม่ ให้เราทำอะไร แล้วก็จะเบื่อลาออกไปเองมันก็ไปจ้างคนหนุ่มๆ ทำแทน
หน่วยงานไหนที่แย่หน่อยมันก็จะไล่เราออกเลย สมมติเงินเดือน 30,000 บาท ก็จะ จ้างคนหนุ่มได้อีก 3 คน พวกแก่ที่ทำเอกชนรุ่นผม ตอนที่ผมรับราชการได้เงินเดือน 1,250 บาท เพื่อนผมไปทำที่เซ็นทรัลได้ 3,500 บาท ต่างกันเกือบ 3 เท่า แต่ทำๆ ผม ขึ้นเป็น 10,000-20,000 บาท มันก็ยังไม่ถึง 10,000 สักที แถมปีนโน่น ปีนนี่ ปีน ขึ้นไปบนโดมโน่นไปติดผ้าหล่นลงมาก็ตาย ไปเซ็นชื่อตอกบัตรแต่เช้าตอนหลังมันก็ ออกมาสอบครูกันหมด เป็นครูได้สักพักก็เจอการปฏิรูปการศึกษา สอนแล้วต้องมานั่ง เขียนบันทึกก่อนสอนหลังสอนทำให้คนทำงานศิลปะหมดแรง
คนทำงานศิลปะนะถ้าจับจุดให้ถูกนะพูดดีๆ ทำตายเลย พูดไม่ดีไม่ทำนะหมดแรงไม่ ทำเลย อย่าเอาชีวิตไปทิ้งกับคนอื่นกว่าจะเกิดมายากผมสอนเด็กทุกรุ่นแหล่ะ เกิดมาก็ ยากแล้วกว่าจะผ่านถุงยางได้ แม่อุ้มท้องตั้ง 9 เดือน กว่าจะรอดออกมา กว่าจะโตไป เรียนประถมได้ มาเข้าอาชีวะ มาเข้าเพาะช่างรับน้องตายไปก็มี กว่าจะรอดมาถึงที่ทำ งานได้ ทำงานทั้งเดือนได้เงินเดือนมา มีลูกมีเมียก็เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียต่อไปอีก เรื่องยาก เพราะฉะนั้นอย่าพยายามเอาชีวิตไปทิ้งไว้กับใคร ให้ทำงานของตัวเองนี่แหล่ะทำงาน ศิลปะ เจาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เจาะจนกระทั่งบอกว่าเรื่องปิดทองต้องไปหาคนนั้น ทำพิมพ์ต้องไปหาคนนี้นะแล้วชีวิตเราจะสบาย เจาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้อย่าเป็นเป็ดถ้าเป็นเป็ดเมื่อไหร่เหนื่อยทั้งชีวิต เหมือน อาจารย์วุฒินี่ ใครจะแกะโฟมต้องไปหาอาจารย์วุฒิ ปฏิบัติตนให้ได้เป็นแบบนั้น แล้วชีวิตจะสบาย อาจารย์วุฒิสอบได้หลังผม 3 ปีแต่ เกษียรพร้อมกัน นี่ก็ไม่รู้จะอยู่ รอดถึงเกษียรรึเปล่า เหลืออีก 5 ปีถึงจะเกษียร
อาจารย์วุฒิก็เมาผมก็ป่วย ผมป่วยเป็นเบาหวานมา 10 กว่าปี เป็นเพราะว่าเราทำงาน ดึกแล้วงานที่เราทำมันอยู่กับที่ นั่งเขียนมันไม่ได้ออกแรง บางทีดึกก็มีขนม ตอนที่ เขียนพระราชินีครบรอบ 60 พรรษา เพาะช่างเตรียมงานใหญ่เตรียมงานตั้ง 2 เดือน เค้ากินเป็บซี่กันเราก็ไม่ค่อยชอบ กระทิงแดงดีกว่าอร่อยกว่ากันตั้งเยอะ กินวันละ 4 ขวด เดือนแรกไม่เป็นไรตาสว่าง พอเดือนหลังนี่ยิ่งกินยิ่งง่วงพอยิ่งง่วงก็ยิ่งกิน ไปไหนเราก็อยากนั่งเป็นเพื่อนคนขับเราก็ซื้อกระทิงแดงกินเลี้ยวออกมาจากปั๊ม หน่อยเราก็หลับ ที่ไหนได้น้ำตาลขึ้น ถ้าน้ำตาลขึ้นมันจะง่วง ไต ตับ พังหมดแล้ว กาแฟนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ก็กลางวัน 4 แก้ว กลางคืน 4 แก้วรวมแล้วก็ 8 แก้วน้ำตาล ก็แก้วละ 2 ช้อน รวมเป็น 16 ช้อน คนธรรมดาเค้ากินกันที่ไหนล่ะ ตอนหลังก็เลย มากินกาแฟไม่ใส่น้ำตาล กินมาได้ครึ่งเดือนก็อร่อยดีเหมือนกัน แต่จะกินน้ำตาล หรือไม่คนเราก็มีวันตายอยู่เฉพาะตัว น้องชายกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาลก็ตายเหมือน กันเป็นมะเร็งตาย
พ่อผมไม่สูบบุหรี่ก็เป็นถุงลมโป่งพอง ผมก็บอกเด็กว่าเกิดมาทำงานศิลปะนี่มัน เป็นชาติสุดท้ายแล้วนะ อย่าทำบาปนะกรรมตามทันเร็วมาก มันไม่มีชาติหน้าต้อง ใช้ให้ทันภายในชาตินี้ ผมตอนเด็กๆ ตอนอยู่ที่บ้านแพ้วสนุกกลับจากโรงเรียน เอาเบ็ดเกี่ยวไส้เดือนมั่ง ลูกกุ้งมั่ง ตกปลาหมอแล้วเอาปลาหมอเกี่ยวเบ็ดตัวใหญ่ ตกปลาช่อนอีกทีหนึ่ง พอมาเป็นเบาหวานก็ไม่กินยาเหมือนคนอื่น หมอบอกว่า ต้องฉีดยาเพราะมันขึ้นเยอะแล้ว เอาเข็มจิ้มก้นก็นึกถึงตอนเอาเบ็ดเกี่ยวปลาหมอ แล้วหลวงพ่อก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกอาจารย์ กรรมเก่าอาจารย์น่ะตามทัน นึกให้ ดีว่าไปทำอะไรไว้ใกล้อย่างนี้หรือเปล่า หลวงพ่อคงรู้ว่าเราไปทำอะไรไว้
เมื่อก่อนผมสนิทกับอาจารย์สุดสาครตอนตั้งแต่สมัยแกยังเป็นนักเรียน วันไหน อยากนอนโรงเรียนก็ไปนอนห้องผม เด็กมันก็เอากะโหลกมาให้จากวัดมันเพิ่ง ขุดได้ หลวงพ่อก็มายืนอยู่หน้าประตู มาดูโครงกระดูกเก่าที่แขวนอยู่หน้าห้อง แล้วห้องก็ใส่กุญแจ หลวงพ่อก็บอกว่าโครงนี้ไม่มีตัวแล้ว แต่ข้างในที่เป็นหัว กะโหลกน่ะยังมีตัวอยู่ หลวงพ่อยังไม่ได้เข้าไปข้างในเลยแต่รู้ว่าข้างในมีหัว กะโหลกแล้วมีตัวอยู่
|
ข่าวศิลปะ
| ข่าวศิลปะและการออกแบบ |
| ข่าวศิลปะและการออกแบบ โดย rssthai.com สถานีกระจายข่าว 24 ชั่วโมง |
|











